ขอกราบสวัสดีเพื่อน ๆ อีกเช่นเคย วันนี้ผมจะมารีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จากทาง Vivo ใน X Series กันบ้าง กับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่ชูธงเรื่องกล้องอย่าง Vivo X50 Pro 5G ที่มาพร้อมกับจุดเด่นในเรื่องของการถ่ายภาพ และวิดีโอ พร้อมรองรับการใช้งาน 5G หลังจากที่ผมได้ทดสอบใช้งานจริงมาเกือบ 1 เดือนแล้ว กล้องรุ่นนี้เทพอย่างที่เขาบอกจริงไหม สิ่งที่ได้เทียบกับราคาค่าตัว 24,990 บาท จะน่าสนใจหรือเปล่า มีข้อพิจารณาอะไรบ้าง ผมจะมาแชร์ให้ทุกคนได้รับชมไปพร้อมกันเลยครับ

– Spec –

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.56 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ รีเฟรชเรท 90Hz
  • Soc Qualcomm Snapdragon 765G
  • RAM 8GB LPDDR4X
  • Storage 256GB (UFS 2.1)
  • กล้องหลัง Main Wide 48 MP f/1.6, PDAF, gimbal OIS + Periscope Telephoto 8 MP f/3.4, ความยาวโฟกัส 135 มม., ขนาดเซ็นเซอร์ 1/4.0 นิ้ว, PDAF, OIS, Optical zoom 5X + Portrait 13 MP f/2.5, ความยาวโฟกัส 50mm , ขนาดเซ็นเซอร์ 1/2.8 นิ้ว, PDAF, Optical zoom 2X + Ultra-wide + macro 8 MP f/2.2, ความยาวโฟกัส 16mm, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/4.0 นิ้ว, โฟกัสได้ใกล้ 2.5 ซม.
  • กล้องหน้า 32MP f/2.45
  • Network: SA & NSA dual-mode 5G Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.1, A2DP, LE, aptX HD
  • รองรับ NFC
  • พอร์ตการเชื่อมต่อ USB Type-C
  • Battery: 4,315 mAh รองรับชาร์จไว 33W
  • Funtouch OS 10.5 บน Android 10
  • ขนาด 158.46 x 72.8 x 8.04 มม.
  • น้ำหนัก 181.5 กรัม (น้ำหนักเบา)
  • มาสีเดียวคือสี Alpha Gray
  • ราคา 24,999 บาท

– อุปกรณ์ในกล่อง –

1. ตัวเครื่อง Vivo X50 Pro

2. เคส TPU ใสแบบนิ่ม

3. คู่มือการใช้งาน + รายละเอียดการรับประกัน

4. เข็มจิ้มซิม

5. Adapter Vivo Flash Charge 2.0 33 Watt 11V-3A

6. สาย USB Type-A to Type-C

7. Adapter USB-C to 3.5 mm.

8. หูฟังแบบ In-ear ของ Vivo มีไมค์ในตัว เป็นหัวแบบ 3.5 mm.

– จุดเด่น –

แน่นอนว่ารุ่นนี้เป็นสมาร์ทโฟนที่เน้นในเรื่องของการถ่ายภาพนิ่ง และวิดีโอเป็นพิเศษ ใส่เทคโนโลยีมาจัดเต็มทั้งกล้องหลักกันสั่นแบบ Gimbal กล้อง Periscope Telephoto และ Software การถ่ายภาพในที่แสงน้อยสุดโหด

รายละเอียดของกล้องหลัง

  • Main Wide 48 MP f/1.6, PDAF, gimbal OIS
  • Periscope Telephoto 8 MP f/3.4, ความยาวโฟกัส 135 มม., ขนาดเซ็นเซอร์ 1/4.0 นิ้ว, PDAF, OIS, Optical zoom 5X
  • Portrait 13 MP f/2.5, ความยาวโฟกัส 50mm , ขนาดเซ็นเซอร์ 1/2.8 นิ้ว, PDAF, Optical zoom 2X
  • Ultra-wide + macro 8 MP f/2.2, ความยาวโฟกัส 16mm, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/4.0 นิ้ว, โฟกัสได้ใกล้ 2.5 ซม.

หลังจากที่ผมได้ทดสอบลองใช้งาน บอกได้เลยว่าใครที่อยากได้สมาร์ทโฟนที่ถ่ายภาพได้แจ่ม ๆ รุ่นนี้ไม่ผิดหวังแน่นอน เก่งทั้งการถ่ายภาพในที่แสงน้อง การถ่ายย้อนแสง และการถ่าย Portrait ใครอยากชมภาพถ่ายเลื่อนไปรับชมด้านล่างได้เลย สรุปสั้น ๆ กล้องรุ่นนี้ไม่ทำให้ผิดหวัง แถมเรื่องของงานวิดีโอก็ทำได้ดีขึ้นมากอีกด้วย

รุ่นนี้มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 6.56 นิ้ว ใช้พาเนล AMOLED ความละเอียด Full HD+ ให้หน้าจอที่มีค่ารีเฟรชเรท 90Hz มาด้วย ในการใช้งานจริง หน้าจอสวยงาม ขอบบางเฉียบ ให้สีสันที่สวยงาม ประสบการสัมผัสที่ลื่นไหลติดนิ้ว พร้อมความสมูทด้วยหน้าจอ รีเฟรชเรท 90Hz เรียกได้ว่าหน้าจอของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ครบเครื่องมาก ๆ เพลิดเพลินกับ Content ได้สบาย ๆ เลยครับ

รุ่นนี้เน้นในเรื่องของความบางของตัวเครื่อง โดยตัวเครื่องบางเพียง 8.04 มม. และเบาเพียง 181.5 กรัมเท่านั้น เทียบกับขนาดแบตเตอรี่ 4,315 mAh ถือว่าทำมาดีมาก ๆ ตัวเครื่องทั้งบาง และ เบา แต่ขนาดแบตเตอรี่ที่ให้มาไม่ได้น้อยเลย

รุ่นนี้มาพร้อมกับสีเดียวคือสี Alpha Gray ที่มีการไล่โทนจากสีเทาเข้มไปเป็นสีเงิน ดูหรูหราสวยงาม แถมฝาหลังยังใช้วัสดุที่เป็นกระจก โดยมีการเคลือบผิวด้าน โดยรวมทั้งงานประกอบ และวัสดุ ให้ความดูดีพรีเมี่ยมมาก ๆ จับแล้วกระชับมือ รอยนิ้วมือติดยาก ตัวเครื่องไม่ลื่น

แบตเยอะไม่พอ รุ่นนี้ยังคงมาพร้อมกับเทคโนโลยีชาร์จไว Vivo FlashCharge 33W แบตหมดชาร์จแปปเดียวก็เต็มสบาย ๆ

เรื่องของการรองรับ 5G ก็รองรับการใช้งานในไทย ใส่ซิมมี Package ก็สามารถใช้งานได้เลย

– ลัดเลาะรอบเครื่อง –

เนื่องจากรุ่นนี้เป็นสมาร์ทโฟนที่เน้นจุดเด่นในเรื่องของการถ่ายภาพเป็นหลัก ด้านบนของตัวเครื่องจึงมีการสลักตัวอักษรไว้ว่า Professional Photography และมีสัญลักษณ์ 5G ด้านหน้าด้วย เพราะรุ่นนี้รองรับการใช้งาน 5G ในไทย เพียงใส่ซิมที่มี Package ก็สามารถเปิดใช้งานได้ทันที ไม่ต้องรออัพเดทเหมือนรุ่นอื่น ๆ

หน้าจอเป็นขอบโค้งแบบ 3D แต่โค้งไม่มากนัก สังเกตุว่าตัวเครื่องมีขอบที่บางมาก ๆ ขอบมีดีไซน์ที่บางโค้งรับเข้ากับมือ มีเพียงปุ่ม เพิ่ม-ลด เสียง และ ปุ่มเปิด-ปิด เครื่อง/หน้าจอ

รุ่นนี้มาพร้อมกล้องหน้าแบบ Punch hole ความละเอียด 32MP f/2.45

ด้านซ้ายของตัวเครื่องจะโล่ง ๆ คลีน ๆ ไม่มีปุ่มใด ๆ เลย แต่ที่สำคัญคือรุ่นนี้มีเสาสัญญาณอยู่รอบตัวเครื่องถึง 7 เสาด้วยกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเครือข่าย 5G และ Wi-Fi 6 ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

ส่วนด้านล่างของตัวเครื่องมีลำโพง 1 ตัวเป็นลำโพงเดี่ยว ส่วนตรงกลางเป็นพอร์ต USB-C และขวาสุดเป็นถาดใส่ซิมแบบ Dual-slot รองรับการใช้งาน 2 ซิม *ไม่รองรับการใส่ Micro-SD Card เพิ่มเติม

– ประสิทธิภาพ –

รุ่นนี้มาพร้อมกับขุมพลัง Qualcomm Snapdragon 765G พร้อม GPU Adreno 620 แถมรุ่นนี้ยังมาพร้อมกับชิป 5G อย่าง X52 ที่รองรับการใช้งาน 5G ในไทยอีกด้วย ประสิทธิภาพโดยรวม รุ่นนี้ไม่ได้เน้นมากมายนัก เพราะเปิดตัวมาเป็นสมาร์ทโฟนระดับเรือธง แต่ให้ชิปเซ็ตระดับกลางมา แต่ถึงจะว่าอย่างนั้น มันก็เป็นเพียงแค่ตัวเลข ประสบการณ์ในการใช้งานจริงทั่วไป ผมยังถือว่าเพียงพอเหลือเฟือมาก ๆ ใช้งานได้ลื่นไหลง และจัดการในเรื่องของพลังงาน และความร้อนได้ดี สามารถเล่นเกมทั่วไปได้ลื่น ๆ เพียงแต่ปรับสุดไม่ได้ทุกเกม ถ้าใครที่เน้นสเปคมาก ๆ หรือสายเกม ตัวนี้อาจจะไม่ตอบโจทย์เท่าไหร่นัก เพราะรุ่นนี้ไม่ได้เน้นสเปคในส่วนของ SOC แต่นั้นไปทางเทคโนโลยีของกล้องมากกว่านั่นเอง

– ทดสอบการเล่นเกม –

อย่างที่บอกไปข้างต้นว่ารุ่นนี้ไม่ได้เน้นในเรื่องของสเปค SOC มานัก สายเน้นสเปค หรือสายเกมอาจจะไม่เหมาะเท่าไหร่ แต่ถึงจะว่าอย่างงั้นก็สามารถเล่น ROV ปรับสุดได้ลื่น ๆ เลยโดยที่เฟรมค้างอยู่ที่ 61 FPS ไม่ดรอปลงเลย แต่พอมาเกมโหด ๆ อย่าง PUBG ก็จะไม่สามารถปรับกราฟิกสุดได้ แต่มันก็สามารถเล่นได้ลื่น ๆ กับการตั้งค่ากราฟิกแบบ HDR HD และโหมดเฟรมเรทแบบ Ultra โดยรวมสำหรับผมแค่นี้ก็ลื่น ๆ เพียงพอแล้ว เพียงแต่ปรับได้ไม่สุดเท่านั้นเองอาจไม่เหมาะสำหรับบางคนเมื่อเทียบกับราคาค่าตัวเพราะรุ่นนี้ไม่ได้เน้น CPU แต่สิ่งที่คุณจะได้ทดแทนจากสมาร์ทโฟนเครื่องนี้ คือเรื่องต่อไปที่อาจทำให้หลายคนเปลี่ยนใจได้ เพราะรุ่นนี้ได้เน้นยัดเทคโนโลยีของกล้องมาแบบจัดเต็มมาก ๆ

– ภาพถ่ายกล้องหลัง  –

– ภาพถ่ายกล้องหน้า –

– บทสรุป –

หลังจากที่ผมได้ใช้งาน Vivo X50 Pro 5G มาร่วมเดือน ส่วนตัวผมค่อนข้างชอบ และประทับใจสมาร์ทโฟนรุ่นนี้มากเลยทีเดียว โดยเฉพาะในเรื่องของการถ่ายภาพ ที่ถ่ายยังไงก็สวยดูดี ตัว Software ฉลาดมาก ๆ มีลูกเล่นเยอะ ถือว่าเป็นมือถือไม่กี่เครื่องที่ผมใช้ติดมือนานมากพอสมควร เพราะไว้ใจในภาพถ่าย โดยเฉพาะในการถ่ายภาพในที่แสงน้อยที่ทำได้โหดเอามาก ๆ เรียกได้ว่าในเรทราคานี้ไม่มีตัวไหนเทียบในเรื่องของการถ่ายภาพของรุ่นนี้ได้เลย รวมไปถึงประสบการณ์ในการใช้งานอย่างอื่นก็ครบ ทั้งหน้าจอที่สีสันสวยงาม ลื่นไหลเนียนตา และตัวเครื่องที่ขนาดกำลังดี นำหนักเบา และบางมาก ๆ ความรู้สึกโดยรวมส่วนตัวของผม รุ่นนี้เป็นสมาร์ทโฟนที่มีจุดเด่นในเรื่องของการถ่ายภาพนิ่ง และวิดีโอมาก ๆ เน้นเรื่องนี้เน้น ๆ เรื่องเดียวเลยด้วยเทคโนโลยีที่ใส่มาจัดเต็มในส่วนของกล้อง ถ้าใครที่ถามหาสมาร์ทโฟนถ่ายรูปสวย ๆ แล้วงบถึง ถ้าได้ลองแล้วรุ่นนี้แล้ว ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน แต่ก็จะมีข้อพิจารณาอยู่เล็กน้อยสำหรับคนที่เน้นในเรื่องของสเปค เพราะรุ่นนี้วางราคามาเป็นสมาร์ทโฟนในระดับเรือธง แต่กลับปรับลดลงมาใช้ CPU ระดับกลางอย่าง Snapdragon 765G ซึ่งถ้าใครเน้นในเรื่องของ สเปค ความเร็วแรง หรือการเล่นเกมแบบหนักหน่วง รุ่นนี้ก็อาจจะไม่เหมาะสักเท่าไหร่นัก แต่ถ้าในการใช้งานทั่วไปผมบอกได้เลยว่า Snapdragon 765G ก็เหลือๆ เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปแน่นอน เล่นเกมเบา ๆ ทั่วไปก็เอาอยู่แน่นอน สรุปง่าย ๆ สั้น ๆ สำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ ถ้าใครคาดหวังในเรื่องของกล้อง บอกเลยไม่ผิดหวังแน่นอน แต่ถ้าคาดหวังในเรื่องของตัวเลขสเปค รุ่นนี้คงไม่สามารถตอบโจทย์ในส่วนนี้ได้ เป็นสมาร์ทโฟนที่มีจุดเด่นเป็นของตัวเองไม่เหมือนใคร เน้นในเรื่องของกล้อง วัสดุ การดีไซน์ เป็นหลัก ถ้าใครได้ลองกล้องของรุ่นนี้ติดใจกันทุกคนแน่นอน สุดท้ายผมก็ขอกราบลาไปเพียงเท่านี้ ไว้เจอกันในบทความต่อ ๆ ไป สวัสดีครับ

จุดเด่น

  1. หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.56 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ รีเฟรชเรท 90Hz จอสวย สีสันดีงาม ทัสลื่นติดนิ้ว
  2. กล้องหลัง 4 ตัว : กล้องหลัง Main Wide 48 MP f/1.6, PDAF, gimbal OIS + Periscope Telephoto 8 MP f/3.4 + Optical zoom 5X + Portrait 13 MP f/2.5 Optical zoom 2X + Ultra-wide and macro 8 MP f/2.2 โดยรวมกล้องคือดีมาก ๆ เป็นจุดเด่นสำคัญของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ โดยเฉพาะการถ่ายภาพในที่แสงน้อย
  3. ชิปเสียงแยกคุณภาพ AK4377A
  4. แบตเตอร์รี่ 4,315 mAh รองรับชาร์จไว 33W ใช้งานได้ปริม ๆ วัน แต่มีชาร์จไว 33W มาให้ 
  5. ตัวเครื่องดีไซน์โดดเด่น งานประกอบพรีเมี่ยม บาง เบา จับกระชับมือมาก ๆ

ข้อพิจารณา

  1. ชิปเซ็ตที่ให้มาไม่ได้เน้นประสิทธิภาพมากนัก อาจไม่เหมาะกับการนำไปเล่นเกมจริงจัง หรือใช้งานกราฟิกหนัก ๆ แต่เพียงพอในการใช้งานทั่วไปเหลือๆ แน่นอน
  2. ไม่มีพอร์ต 3.5 mm. มาให้ แต่ยังดีที่แถม Adapter แปลง USB Type-C เป็น 3.5 mm. มาให้ พร้อมหูฟัง