ขอกราบสวัสดีเพื่อน ๆ ชาว MTMstudioclub อีกเช่นเคย วันนี้ผมจะพาไปชมสมาร์ทโฟน Limited Edition รุ่นหนึ่งของ Xiaomi นั่นก็คือ Xiaomi Redmi Note 9S MFF 2020 Limited Edition นั่นเอง ที่มีจำนวนการผลิตแค่เพียง 2020 เครื่องในโลกเท่านั้น มาพร้อมกับจุดเด่นมากมาย ทั้งหน้าจอขนาดใหญ่ แบตอึด กล้องหลัง 4 รองรับการชาร์จไว โดยราคาเปิดมาสุดคุ้มเริ่มต้นเพียง 6,499 บาท เท่านั้น ผมจะพาไปดูพร้อมกันว่าเจ้า Xiaomi Redmi Note 9S MFF 2020 Limited Edition รุ่นนี้มัน Limited ยังไง มีจุดเด่นอะไรที่น่าสนใจบ้าง รูปร่างหน้าตาสวยงามขนาดไหน ใช้งานเหมาะกับใคร ไปดูพร้อมกันเลยครับ

– Spec –

  • Display: พาเนล IPS หน้าจอขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 60Hz
  • CPU: Snapdragon 720G
  • RAM: 4/6 GB (มีสองความจุ)
  • Storage: แบบ UFS 2.1 ความจุ 64/128GB รองรับ Micro-SD Card เพิ่มเติม
  • Back Camera : กล้องหลัก 48MP f/1.8 ขนาด 1/2.0 นิ้ว + กล้อง Ultra-wide 8MP f/2.2 + กล้อง Macro 5MP f/2.4 + กล้อง Depth sensor 2MP f/2.4
  • Front Camera: กล้องหน้า 16 MP f/2.5
  • Connection : WiFi 5 802.11ac , Bluetooth 5.0
  • Battery: 5,020 mAh รองรับชาร์จไว Qualcomm quick charge 3+ 18W
  • OS: Android 10 ครอบทับด้วย MIUI
  • Colors: สีขาว Glacier White, สีเงิน Interstellar Gray และ สีฟ้า Aurora Blue
  • ราคา: 4/64GB 6,499 บาท 6/128GB 7,999 บาท

– อุปกรณ์ในกล่อง –

1. ตัวเครื่อง Xiaomi Redmi Note 9S MFF 2020 Limited Edition

2. เคส TPU ใสแบบนิ่ม

3. คู่มือการใช้งาน + รายละเอียดการรับประกัน

4. เข็มจิ้มซิม

5. Adapter ชาร์จไว Qualcomm quick charge 3+ 18W

6. สาย USB Type-A to USB Type-C

– จุดเด่น –

ข้างขวาของตัวเครื่อง เปลี่ยนจากปุ่มกดธรรมดา ๆ มาใช้ปุ่มที่มี Fingerprint scanner ในตัวสามารถใช้นิ้วปลดล็อกตัวเครื่องง่าย ๆ เพียงแค่วางนิ้วลงบนปุ่ม โดยยังคงกดเพื่อ เปิด-ปิด เครื่อง หรือหน้าจอได้ตามปกติ โดยบริเวณปุ่มมีการออกแบบให้มีการเว้นระยะทำโค้งเว้าเข้าไปบริเวณปุ่มทำให้สามารถวางนิ้วเพื่อปลดล็อกตัวเครื่องได้งาน จับถือตัวเครื่องถนัดมากยิ่งขึ้น และด้านบนก็เป็นปุ่ม เพิ่มเสียง-ลดเสียง ปกติ

ด้านหน้ามาพร้อมกับ หน้าจอ IPS ขนาดใหญ่ 6.67 นิ้ว ความละเอียด FHD+ พื้นที่หน้าจอให้มาเต็มที่มาก ๆ ขอบบาง โดยกล้องหน้าก็ได้เข้าไปในหน้าจอเรียบร้อย ด้วยการเจาะรูบนหน้าจอ ใครที่จอหน้าจอใหญ่เต็มตารุ่นนี้โดนใจแน่นอน

จากการใช้งาน เรื่องของการสัมผัสในรุ่นนี้ใช้งานได้ติดนิ้วหน้าจอตอบสนองการสัมผัสได้รวดเร็วแม่นยำแล้ว ไม่มีปัญหาเหมือนรุ่นก่อน ๆ แล้วสบายใจหายห่วงได้เลย ส่วนของหน้าจอสีสันยังคงทำได้สดใสเหมือนเดิม สู้แสงพอได้ ถึงจะมี Feedback จากผู้ใช้ว่าเจอปัญหาจอแสงลอด แต่เรื่องที่ผมได้มาทดลองทั้งสองเครื่องยังไม่เจอปัญหานี้แต่อย่างใด

มาพร้อมกับกล้องหลังถึง 4 ตัว รายละเอียดมีดังนี้

  • กล้องหลัก ความละเอียดสูง 48 MP รูรับแสง f/1.8 ระยะ 26mm ขนาดเซ็นเซอร์ 1/2.0″
  • กล้อง Ultra-wide ความละเอียด 8 MP รูรับแสง f/2.2 ระยะ 13mm ขนาดเซ็นเซอร์ 1/4.0″
  • กล้อง Macro ความละเอียด 5 MP รูรับแสง f/2.4 ขนาดเซ็นเซอร์ 1.12µm
  • กล้อง Depth Sensor ความละเอียด 2 MP รูรับแสง f/2.4

จากการใช้งานพบว่ากล้องในรุ่นนี้ก็ทำมาได้คุ้มตามราคาเช่นเดิม ถึงจะไม่ได้มีจุดเด่นอะไรมากก็ตาม แต่ยังคงมีจุดเด่นในเรื่องของการถ่าย Portrait และการถ่ายย้อนแสงที่ HDR เข้ามาช่วยได้มาก ทำให้ถ่ายท้องฟ้า หรือในที่ ๆ มีความต่างของแสงมาก ๆ ได้สวยงาม เหลือเฟือในการเก็บภาพประจำวันแน่นอน

หน้าจอบริเวณด้านบนมาพร้อมกับ กล้องหน้า ที่มีการเจาะรูอยู่ในหน้าจอ รายละเอียดกล้องมีดังนี้

  • กล้องความละเอียด 16 MP ค่ารูรับแสง f/2.5

ด้านหลังของตัวเครื่องมาพร้อมสี Interstellar Gray ที่สวยงามมาก ๆ และเฉพาะรุ่น MFF 2020 Limited Edition เท่านั้นที่จะมี Logo Mi 2020 MFF อยู่ตรงกลาง โดยรุ่นนี้มีมาด้วยกันสามสีคือ สีขาว Glacier White, สีเงิน Interstellar Gray และ สีฟ้า Aurora Blue เมื่อโดนแสงจะสะท้อนสีเงินออกมาดูหรูหราสวยงาม วัสดุของฝาหลังจะเป็นกระจก corning gorilla glass ที่ดูมีความแข็งแรงสวยงามเป็นรอยยากกว่าวัสดุที่เป็น polycarbonate

– ลัดเลาะรอบเครื่อง –

เจ้า Xiaomi Redmi Note 9S มาพร้อมกับน้ำหนัก 209 g และความหนาของตัวเครื่องอยู่ที่ 8.8 mm ถ้าใครที่ไม่ชอบเครื่องที่มีขนาดใหญ่ และน้ำหนักเยอะพอสมควร อาจจะไม่ใช่คำตอบสำหรับคุณ แต่ถ้าคนชอบจอใหญ่ ๆ 6.67 นิ้ว และแบตอึด ๆ 5,020 mAh ก็ต้องยอมแลกในจุด ๆ นี้ และรุ่นนี้ยังมาพร้อมกับ มอเตอร์สั่นแนวแกน Z ที่ตอบสนองการสั่นได้ธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

ด้านซ้ายของตัวเครื่องมีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ด และ Micro-SD card เพิ่มเติม แบบ Triple-slot 

ด้านล่างตัวเครื่อง รุ่นนี้ยังคงมีพอร์ต 3.5 mm. มาให้ได้ใช้งานกัน ต่อมาเป็นพอร์ต USB Type-C ที่รองรับการชาร์จไวสูงสุด 18 Watt ต่อมาเป็นลำโพง และไมค์สำหรับสนทนา

– ประสิทธิภาพ –

สำหรับ Xiaomi Redmi Note 9S มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Snapdragon 720G พร้อมกับ GPU Adreno 618 ที่ต้องบอกเลยว่าประสิทธิภาพไม่ธรรมดา ในการใช้งานทั่วไปสบาย ๆ จนไปถึงการเล่นเกมในท้องตลาดก็ลื่น ๆ แบบหายห่วงได้เลย แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดในรุ่นนี้เลยคือ มีการจัดการพลังงานได้ดีขึ้นมาก ๆ ใช้งานได้ยาวนานมากขึ้น แบตลดน้อยมาก ๆ เครื่องแทบไม่รู้สึกถึงความร้อนเลย และมาพร้อมกับหน่วยความจำแบบ UFS 2.1 ที่มีสปีดการอ่านเขียนที่รวดเร็วทำให้เวลาใช้งานแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ เปิดได้เร็วเร็วมาก

– ทดสอบการเล่นเกม –

ในส่วนของการเล่นเกม สามารถเล่นได้ลื่น ๆ หายห่วงทุกเกม โดยจะสามารถปรับกราฟฟิกได้ ปานกลาง จนเกือบสูงสุด สามารถเปิดโหมดเฟรมเรทสูงได้ โดยสิ่งที่เป็นจุดเด่นในรุ่นนี้คือ เล่นเกมแล้วแบตลดช้า เล่นได้ยาวนาน เวลาเล่นเกมแทบไม่รู้สึกถึงความร้อนเลย จัดการพลังงานได้ดีมาก ลแะมีโหมด GameTurbo มาให้ใช้ในการเล่นเกมด้วยที่จะช่วยรีดประสิทธิภาพของตัว SOC และจัดการ การแจ้งเตือน และเรื่องอื่น ๆ ที่สำคัญต่าง ๆ ที่สำคัญกับการเล่นเกมให้

– ภาพถ่ายกล้องหลัง  –

– ภาพถ่ายกล้องหน้า –

– บทสรุป –

หลังจากที่ผมได้ลองใช้งาน Xiaomi Redmi Note 9S MFF 2020 Limited Edition โดยรวมส่วนตัวรู้สึกว่าเป็นมือถืออีกรุ่นที่คุ้มค่ามาก ๆ ด้วยราคา เปรียบเทียบกับสิ่งที่ได้ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย ที่ชอบเป็นการส่วนตัวคือรุ่น MFF 2020 Limited Edition นี้แหละ ถึงจะไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรนอกจากการสลัก Logo ข้างหลังเพิ่มเข้ามา แต่มันก็มีเสน่ห์ในตัวของมันเอง มีจุดเด่นในเรื่องของหน้าจอ หน้าจอ IPS ขนาดใหญ่ 6.67 แบตเตอรี่อึดจุใจ 5,020 mAh กล้องหลัง 4 ตัว กล้องหลักความละเอียด 48MP มีกล้อง Ultra-wide, Macro, Depth sensor มาให้ใช้ครบครัน และมีการจัดการพลังงานของตัวเครื่องที่ดีขึ้นมาก ๆ กับ Snapdragon 720G ถ้าใครมีงบอยู่ประมาณ 6-8 พันบาท แล้วต้องการหาสมาร์ทโฟนจอใหญ่ ๆ แบตอึด ๆ งานประกอบวัสดุดี ๆ แล้วละก็เจ้า Xiaomi Redmi Note 9S ก็เป็นตัวเลือกที่ดีเลย แม้จะมีขอพิจารณาของขนาดตัวเครื่องค่อนข้าง ใหญ่ หนา น้ำหนักเยอะ แต่ถ้าใครไม่ซีเรียสในเรื่องนี้ พอเทียบกับสิ่งที่ได้แล้วถือว่าเป็นมือถือที่น่าสนใจไม่น้อย สุดท้ายผมก็ขอกราบลาไปเพียงเท่านี้ ไว้เจอกันในบทความต่อ ๆ ไป สวัสดีครับ

จุดเด่น

  1. หน้าจอ IPS ขนาดใหญ่ 6.67 นิ้ว ความละเอียด FHD+ ขอบหน้าจอบาง
  2. ดีไซน์สวยงาม ฝาหลังใช้วัสดุเป็นกระจก corning gorilla glass งานประกอบดี
  3. กล้องหลัง 4 ตัว : กล้องหลัก 48MP f/1.8 ขนาด 1/2.0 นิ้ว + กล้อง Ultra-wide 8MP f/2.2 + กล้อง Macro 5MP f/2.4 + กล้อง Depth sensor 2MP f/2.4
  4. ขุมพลัง Snapdragon 720G ประสิทธิภาพเหลือเฟือในการใช้งานทั่ว
  5. แบตเตอรี่ใหญ่จุใจ 5,020 mAh ใช้งานได้เกินวันสบาย ๆ รองรับชาร์จไว Qualcomm quick charge 3+ 18 Watt 

ข้อพิจารณา

  1. ไม่ได้ให้หน้าจอ 90 Hz มา
  2. ตัวเครื่องมีขนาดใหญ่ และ มีน้ำหนักมากถึง 202 g

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here