ขอกราบสวัสดีทุกท่านอีกเช่นเคย วันนี้ผมก็อยู่กับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดจาก Xiaomi นั่นก็คือ Mi Note 10 นั่นเองโดยรุ่นนี้ออกมาชูจุดเด่นในเรื่องของกล้องหลักความละเอียด 108 เมกะพิกเซล รุ่นแรกของโลกโดยมาพร้อมเซนเซอร์รับภาพขนาดใหญ่ และมาพร้อมกับกล้อง 5 ตัวด้วยกันเรียกได้ว่าเน้นเรื่องกล้องล้วน ๆ ผมจะพาไปชมกันว่าสมาร์ทโฟนเครื่องนี้เมื่อใช้งานจริงจะเป็นอย่างไรบ้าง ใส่กล้องมาขนาดนี้ใช้งานจริงจะเป็นอย่างที่เราคิดกันไหม เหมาะกับใครบ้าง ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลยครับ

– อุปกรณ์ในกล่อง –

สิ่งที่คุณจะได้ไป 

1. ตัวเครื่อง Mi Note 10

2.  เคส TPU สีดำ

3. คู่มือการใช้งาน + รายละเอียดการรับประกัน

4. เข็มจิ้มซิม

5. Adapter สำหรับชาร์จไฟ รองรับรับการชาร์จไว 30W

7. สาย USB Type-C to Type-C

– สิ่งที่มีการเปลี่ยนแปลง –

สิ่งที่เป็นจุดเด่นของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้เลยคือ เรื่องของกล้องหลังที่มาพร้อมกับกล้องมากถึง 5 ตัว โดยมีกล้องหลักความละเอียดสูงถึง 108 MP ซึ่งเป็นกล้องบนสมาร์ทโฟนที่มีเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่มาก ๆ โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • กล้องหลักความละเอียด 108 MP รูรับแสงกว้าง f/1.7 ขนาดเซ็นเซอร์ใหญ่ถึง 1/1.33″ ระบบโฟกัส PDAF, Laser AF มีกันสั่น OIS
  • กล้อง Telephoto 5x optical zoom ความละเอียด 5 MP รูรับแสงกว้าง f/2.0 ระบบโฟกัส PDAF, Laser AF มีกันสั่น OIS
  • กล้อง Telephoto 2x optical zoom ความละเอียด 12 MP รูรับแสงกว้าง f/2.0 ระยะ 50mm ขนาดเซ็นเซอร์ 1/2.55″ ระบบโฟกัส Dual Pixel , PDAF, Laser AF
  • กล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 20 MP รูรับแสงกว้าง f/2.2 ระยะ 13mm มีกันสั่น Laser AF
  • กล้อง Macro ความละเอียด 2 MP รูรับแสงกว้าง f/2.4

ในส่วนของหน้าจอมาพร้อมกับหน้าจอ AMOLED แบบ WaterDrop ขนาด 6.47 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ ครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 6 ความสว่างสูงสุด 600 nit

ในส่วนของกล้องหน้าเป็นกล้องหน้าความละเอียด 32 MP รูรับแสงกว้าง f/2.0 วางตำแหน่งกล้องหน้าเป็นแบบหยดน้ำด้านบน และขอบด้านบนสุดเป็นที่อยู่ของลำโพงสนทนา ส่วนเซ็นเซอร์วัดแสงต่าง ๆ จะซ่อนอยู่ภายใต้หน้าจอนั่นเอง

– ลัดเลาะรอบเครื่อง –

ขอบของหน้าจอด้านข้างเป็นหน้าจอแบบขอบโค้ง 3D ซึ่งมีความโค้งมาก ๆ ถ้าใครใช้จนชินก็จะรู้สึกปกติ จับกระชับมือดี แต่ถ้าใครไม่ชอบก็จะไม่ชอบไปเลย ต้องยอมรับว่ามีบางจังหวะที่หน้าจอลั่นบ้างเป็นปกติเพราะขอบมันโค้งเยอะ สำหรับปุ่มก็จะมีปุ่มสำหรับปรับระดับเสียงอยู่ด้านบน และถัดมาก็เป็นปุ่มสำหรับ เปิด-ปิด เครื่องหรือหน้าจอ

ส่วนด้านซ้ายของตัวเครื่องโล่งมากไม่มีปุ่มใด ๆ เลยเฟรมเครื่องงานประกอบดีมากโค้งเข้ามือทำขอบมนไม่รู้สึกสะดุดมือเวลาจับถือ

ด้านบนเครื่องรุ่นนี้มี IR Blaster มาให้สำหรับใช้สั่งงานอุปกรณ์ต่าง ๆ แทนรีโมทด้วยแอฟ Mi Remote ได้นั่นเอง ถัดมาเป็นไมค์ตัวที่สองสำหรับตัดเสียงรบกวน

ด้านล่างของตัวเครื่อง มาพร้อมกับลำโพง 1 ตัว และข้าง ๆ เป็นไมค์สำหรับสนทนา ต่อมาเป็นพอร์ต USB Type-C สำหรับชาร์จไฟ และถ่ายโอนข้อมูล สุดท้ายเป็นพอร์ต 3.5 mm. สำหรับใช้งานหูฟัง และไมค์

– ประสิทธิภาพ –

อย่างที่ได้บอกไปในตอนแรกว่าเจ้า Xiaomi Mi Note 10 เครื่องนี้ไม่ได้เน้นในส่วนของประสิทธิภาพมากนัก มาพร้อมกับ SOC ระดับกลางค่อน Hi-End อย่าง Snapdragon 730G ซึ่งถ้าถามในการใช้งานทั่วไปก็เหลือเฟือนะ แต่ก็ต้องบอกตามตรงว่าน่าเสียดายเพราะปกติสมาร์ทโฟนราคาเท่านี้ Xiaomi จะมอบความคุ้มค่าโดยการใส่ Snapdragon 855 มาให้แต่รุ่นนี้กลับปรับลด CPU ลง แล้วไปเน้นใส่ความคุ้มค่าในเรื่องกล้องแทน แถมรุ่นนี้มาพร้อมกับกล้องที่ความละเอียดสูงมาก ๆ แถมมีกล้องมากถึง 5 ตัว ก็ต้องยอมรับตามตรงว่าเวลาประมวลผลภาพความละเอียดสูง Snapdragon 730G นั้นเอาไม่อยู่จริง ๆ มีอาการกระตุกบ้างให้เห็นบ้างบางจังหวะ แต่ถ้าเล่นเกมทั่วไป หรือในการใช้งานปกติก็ใช้งานได้ลื่นไหลเอาอยู่สบาย ๆ แต่รุ่นนี้ก็น่าเสียดายอีกอย่างตรงไม่ได้ให้หน่วยความจำความเร็วสูงอย่าง UFS มาให้

– ทดสอบการเล่นเกม –

ในเรื่องของการเล่นเกมก็สมารถเล่นเกมทั่วไปได้สบาย ๆ สามารถปรับกราฟิกได้เกือบสุด เล่นได้แบบลื่น ๆ เลย เกมยอดนิยมในปัจจุบันก็เอาอยู่ แต่ในเรื่องของการระบายความร้อนก็ต้องบอกตามตรงว่าทำได้ไม่ดีนัก ตอนเล่นอุณหภูมิของตัวเครื่องค่อนข้างรู้สึกได้พอสมควร

 – ภาพถ่ายกล้องหลัง –

Ultra-Wide

Normal

Tele 2X

Tele 5X

Night (Auto)

Macro

– ภาพถ่ายกล้องหน้า –

Normal

Portait Mode

– ทดสอบวิดีโอ –

– Spec – 

  • หน้าจอ AMOLED แบบ WaterDrop ขนาด 6.47 นิ้ว Full HD+ ครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 6 แบบ 3D ความสว่างสูงสุด 600 nit
  • SOC Snapdragon 730G + GPU Adreno 618
  • RAM 6 GB / 8GB LPDDR4X (Mi Note 10 Pro)
  • Storage 128 GB / 256GB (Mi Note 10 Pro)
  • กล้องหลัง 5 ตัว
  • 108 MP, f/1.7, (wide), 1/1.33″, 0.8µm, PDAF, Laser AF, OIS
  • 5 MP, f/2.0, (telephoto), 1.0µm, PDAF, Laser AF, OIS, 5x optical zoom
  • 12 MP, f/2.0, 50mm (telephoto), 1/2.55″, 1.4µm, Dual Pixel PDAF, Laser AF, 2x optical zoom
  • 20 MP, f/2.2, 13mm (ultrawide), 1/2.8″, 1.0µm, Laser AF
  • 2 MP, f/2.4, 1/5″, 1.75µm (dedicated macro camera)
  • กล้องหน้า ความละเอียด 32 MP รูรับแสงกว้าง f/2.0
  • รองรับระบบสแกนใบหน้า 2 มิติ, สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ, IR Blaster, NFC
  • มีรูหูฟัง 3.5 มม.
  • Battery 5260 mAh รองรับชาร์จเร็ว 30W
  • OS Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย MIUI 11

บทสรุป

โดยรวมสำหรับเจ้า Xiaomi Note 10 ที่ผมประทับใจมากที่สุด ก็คือจุดเด่นในเรื่องของการถ่ายภาพ โดยเฉพาะการถ่าย Portrait ที่ได้ในเรื่องของ DOF (Depth Of Field) และ Skin Tone ที่ดีมาก ๆ เหมาะกับการนำไปถ่ายภาพบุคคล ด้วยจุดเด่นในเรื่องของขนาดเซ็นเซอร์ที่ใหญ่ ทำให้ได้การละลายหลังที่สวยงาม แถมยังเหมาะกับคนที่ชอบถ่าย LandScape อีกด้วยเพราะว่ากล้องหลักมีความละเอียดสูง สามารถถ่ายภาพที่ความละเอียด 108 MP แล้วนำมา Crop เพื่อจัดองค์ประกอบภาพได้ง่าย ๆ รวมถึงยังมีเลนส์ Ultra-Wide, Macro, Tele มาให้ใช้งานครบทุกระยะ แถมฟังก์ชั่นก็ให้มาจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็น Mode Pro ที่สามารถปรับตั้งค่ากล้องได้ทุกตัวเลย และจุดเด่นอีกอย่างนึงที่ผมชอบมาก ๆ คือเรื่องขอแบตเตอร์รี่ที่ให้มาเยอะถึง 5260 mAh แถมรองรับชาร์จไว 30 Watt อีกด้วยสบายใจหายห่วงได้เลย แต่ก็ต้องแลกมาด้วยน้ำหนักที่มากพอสมควร ส่วนเรื่องอื่นผมยังถือว่ายังธรรมดา ไม่ได้มีอะไรเด่น ถ้าถามว่า Mi Note 10 รุ่นนี้เหมาะสำหรับใคร ก็ตอบได้ง่าย ๆ เลยว่า เหมาะสำหรับคนที่ต้องการสมาร์ทโฟนที่เน้นในเรื่องของการถ่ายภาพ อยากลองกล้องเซ็นเซอร์ใหญ่ ๆ ความละเอียดสูง ๆ บนสมาร์ทโฟน และมีลักษณะในการเพียงแค่ใช้งานทั่วไป ต้องการแบตเตอร์รี่อึด ๆ ถ้าใครมีความต้องการประมาณนี้ รุ่นนี้สามารถตอบโจทย์ได้อย่างดีเลย ด้วยค่าตัวเริ่มต้นที่ 16,990 บาท สำหรับ Xiaomi Mi Note 10 แต่จริง ๆ แล้วมันมีรุ่น Pro ด้วยนะ ราคาก็จะขยับไปอีกที่ 19,990 บาท โดยความแตกต่างก็มีเพียงเล็กน้อยคือเรื่องของแรมที่มากกว่าเป็น 8 GB และความจุที่ขยับไปเป็น 256 GB และมีความต่างอีกหน่อยตรงกล้องหลักจะใช้ชิ้นเลนส์ที่มากกว่าเป็น 8 ชิ้นนั้นเอง แต่ถ้าใครจะเอาไปเน้นการใช้งานในด้านอื่นก็ต้องบอกว่ารุ่นนี้ยังคงไม่ใช้ตัวเลือกที่ดีนัก วันนี้ผมก็ขอจบการรีวิวไว้แต่เพียงเท่านี้ ไว้เจอกันในรีวิวถัด ๆ ไป สวัสดีครับ

จุดเด่น

  1. หน้าจอใหญ่ สีสันสวยงามดี
  2. ถ่ายรูป Portrait สวย DOF (Depth Of Field) และ Skin Tone สวยมาก ๆ
  3. ตัวเครื่องดีไซน์สวยงาม แข็งแรง วัสดุดี งานประกอบดี
  4. ให้แบตเตอร์รี่มาเยอะถึง 5260 mAh และรองรับชาร์จไว 30 Watt
  5. กล้องหลักมีความละเอียดสูงถึง 108 MP และมีขนาดเซ็นเซอร์ที่ใหญ่
  6. กล้องหน้าเป็นแบบหยดน้ำ อยู่บนหน้าจอ ไม่ต้องกังวนเรื่องฝุ่นแบบกล้องหน้า POP-UP

ข้อพิจารณา

  1. เครื่องค่อนข้างมีน้ำหนักมาก และใหญ่
  2. เวลาถ่ายภาพบางครั้งมีอาการ Delay รอการ Process
  3. ใช้งานกล้องไปนาน ๆ เครื่องมีอุณหภูมิสูง

วาร์ปสั่งซื้อ http://bit.ly/2Rbyrpe

ใส่ความเห็น