สำหรับช่วงนี้ใครที่กำลังหา Notebook เอาไว้สำหรับทำงานอยู่บ้าน ผมมี notebook อีกรุ่นที่น่าสนใจมาแนะนำกันครับกับ ASUS VivoBook S15 S531F โน๊ตบุ๊คสำหรับทำงาน ดีไซน์สวย พกพาสะดวก กับค่าตัวเพียง 24,990 บาท ใช้งานจริงจะเป็นยังไง มีจุดเด่นอะไรที่น่าสนใจ และเหมาะสำหรับนำมาใช้ทำงานในช่วงนี้ไหม ไปรับชมกันเลยครับ

– SPEC ASUS VivoBook 15 S531F –

  • Display: IPS NanoEdge display ขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด FHD screen-to-body ratio 88%
  • CPU: Intel Core Intel Core i5-10210U
  • GPU: NVIDIA GeForce MX250 2GB GDDR5 VRAM
  • RAM: 8GB DDR4 2400MHz
  • Storage: PCIe SSD 1TB
  • Wi-Fi: Intel Wi-Fi 6 with Gig+ performance (802.11ax)
  • Bluetooth: version 5.0
  • Sound: ASUS SonicMaster by Harman Kardon
  • Camera: IR HD Camera with Facial Login
  • OS: Windows 10 Home
  • Battery: ขนาด 42Wh แบบ Lithium-prismatic battery 3-cell
  • ราคา 24,990 บาท

วาร์ปสั่งซื้อ >> https://invol.co/clm5z4

– Unbox –

อุปกรณ์ที่ให้มาในกล่อง

  1. ASUS VivoBook S15 S531F
  2. AC to DC Adapter สำหรับชาร์จไฟ ขนาด 65 Watt 19V-3.42A
  3. คู่มือการใช้งาน และรายละเอียดการรับประกัน
  4. ที่ยึด HDD หรือ SSD ขนาด 2.5 พร้อมตัวกันกระแทก
  5. สติ๊กเกอร์เก๋ ๆ สำหรับติด Notebook

-หน้าจอ-

ASUS VivoBook S15 S531F มาพร้อมกับหน้าจอพาเนล IPS ขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด FHD มี screen-to-body ratio 88% และขอบมีการดีไซน์แบบ NanoEdge display ทำให้หน้าจอมีขอบบางเป็นพิเศษ และขนาดตัวเครื่องเล็กลง ตัวหน้าจอมีการเคลือบผิว Anti-glare ลดแสงสะท้อนของหน้าจอซึ่งผิวหน้าจอจะเป็นผิวแบบด้านทำให้ลดแสงสะท้อนของหน้าจอ และลดคราบรอยนิ้วมือไปได้เยอะ โดยรวมหน้าจอมีความละเอียดกำลังดี และสีสันของหน้าจอบอกได้เลยว่า สดใสสวยงามดีมาก ๆ เพราะใช้พาเนลแบบ IPS เรื่องของความสว่างสามารถสู้แสงได้ดีอีกด้วย

– คีย์บอร์ด และ ทัชแพด –

รุ่นนี้มาพร้อม Illuminated Chiclet Keyboard แบบ Full-size มี NumPad มาให้ใช้งาน มีไฟ LED สีขาวส่องแสงลอดออกมาสามารถใช้งานในที่ ๆ มีแสงน้อยได้ดี มีฟังก์ชันคัย์ลัดมาให้ใช้งานเยอะมาก ตัวคียบอร์ดตอบสนองได้ไว ปุ่มกดแล้วนุ่ม พิมพ์สนุกแน่นอน ส่วน TouchPad ที่ให้มามีขนาดปานกลาง ในการใช้งานตอบสนองได้รวดเร็วดี สัมผัสง่าย ลื่นติดนิ้ว

-พอร์ตการเชื่อมต่อ-

ด้านซ้ายของตัวเครื่องมีพอร์ตการเชื่อมต่อมาให้ดังนี้

  • 2x USB 2.0 Type-A

ด้านข้างพอร์ต USB มีไฟ LED แสดงสถานะการชาร์จไฟมาให้

ด้านขวาของตัวเครื่องมีพอร์ตการเชื่อมต่อมาให้ดังนี้

  • 1x USB 3.1 Gen 1 Type-A
  • 1x USB 3.1 Gen 1 Type-C
  • 1x HDMI
  • 1x DC charge port
  • 1X 3.5mm.
  • 1X Micro-SD card reader

– ลัดเลาะรอบเครื่อง –

เมื่อทำการพับเครือง ด้านหลังของตัวเครื่องมีดีไซน์ที่สวยงามมาก ๆ มีการเขียนคำว่า Vivobook series ไว้เท่ ๆ ด้วย ตัวเครื่องมาพร้อมกับน้ำหนัก 1.8 Kg. และมีความบางอยู่ที่ 18.5 mm. เท่านั้น

ฝาหลังเป็นแบบพื้นผิวแบบด้าน ส่วยวัสดุเป็น polycarbonate มีตัวหนังสือเป็นสีเงินเขียนว่า ASUS VivoBook ฝาหลังโดยรวมดูเรียบหรูสุด ๆ

โดยเจ้า ASUS VivoBook S15 S531F มีฝาหลังมาให้เลือกด้วยกันทั้งหมด 5 สี คือ Transparent Silver, Moss Green, Punk Pink, Cobalt Blue และ Gun Metal ที่ผมได้มาทำรีวิวนั่นเอง

และสิ่งที่เป็นจุดเด่นใน Notebook หลาย ๆ รุ่นของ Asus คือบานพับ Ergolift ที่เมื่อเปิดเครื่องตัวเครื่องจะทำการยกระดับขึ้น ทำให้สามารถพิมพ์ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ส่วนหน้าจอก็ยกสูงขึ้น ช่วยลดอาการเมื่อยล้าบริเวณต้นคอ และบริเวณต้นไหล่เวลาใช้งาน Notebook นาน ๆ สามารถเปิดบานพับได้มากสุดถึง 173 องศา

การระบายความร้อนของเครื่อง จะมีช่องระบายความร้อนออกทางด้านหลังของตัวเครื่อง หรือบริเวณหน้าจอ

ด้านบนมีกล้อง WebCam ความละเอียก HD มาให้ 1 ตัวพร้อมกับ IR(Infrared) เอาไว้ใช้ในการปลดล็อกโดยใช้ Windows Hello ด้วยใบหน้า ช่วยให้การปลดล็อกใบหน้าในที่แสงน้อยทำได้ดีขึ้น ด้านซ้าย และขวามีไมค์มาให้ฝั่งละ 1 ตัวสำหรับสนทนารวมทั้งหมดเป็น 2 ตัว

ด้านล่างของตัวเครื่อง ทั้งฝั่งซ้าย และฝั่งขวามีลำโพง Harman Kardon 2W มาให้ฝั่งละตัว มียางรองมาให้ทั้งหมด 4 จุด มีช่องดูดอากาศเพื่อเข้าไประบายความร้อนของตัวเครื่องอยู่บริเวณพัดลม 2 ช่อง

– ประสิทธิภาพ –

ASUS VivoBook S15 S531F มาพร้อมกับ Intel Core i Gen 10 ตัวใหม่ล่าสุด โดยรุ่นที่ผมได้มาจะเป็นรุ่น Intel Core i5 10210U เป็น CPU 4 Core 8 Threads ที่ต้องบอกเลยว่าประสิทธิภาพโดยรวมไม่ธรรมดาเลย จะทำงานเบา ๆ จนไปถึงงานที่เริ่มใช่ทรัพยากรมากก็ยังเอาอยู่ และที่สำคับรุ่นนี้ยังมาพร้อมกับ GPU แยกอย่าง NVIDIA MX520 ที่มาช่วยในการประมวลผลกราฟิกให้อีกด้วย

แรงพอที่จะสามารถเล่นเกม Online เบา ๆ ทั่วไปได้สบายอย่างเช่น CS:GO, DOTA2 ก็ยังไหว พอเป็นเกม PUBG ในการปรับ Very Low ก็พอเล่นได้แต่อาจจะเหนื่อยหน่อยมีกระตุกบ้างเล็กน้อย FPS อยู่ที่ 25-35 FPS ก็ไม่ต้องแปลกใจมันไม่ใช่ Notebook Gamimg สะหน่อยทำได้ขนาดนี้คือสุดยอดแล้ว

และรุ่นนี้ยังใจดีให้ SSD แบบ PCIe ความจุมากถึง 1TB มาให้ได้ใช้งานเลย ทำให้เปิดเครื่อง หรือโปรแกรมต่าง ๆ ที่ใช้การอ่านเขียนข้อมูลได้ไวมาก ๆ Speed การอ่านอยู่ที่ 1,679 Mb/s เลยทีเดียว ส่วนการเขียนอยู่ที่ 1,500 Mb/s เปิดเครืองใช้เวลาไม่ถึง 5 วิ

ผลการทดสอบที่ได้จากการ Benchmark ด้วย Cinebench R20 ได้คะแนน CPU อยู่ที่ 1605 pts

ผลการทดสอบที่ได้จากการ Benchmark ด้วย PCMark 10 ได้คะแนนอยู่ที่ 3950

– แบตเตอร์รี่ –

รุ่นนี้มาพร้อมกับ Battery ขนาด 42Wh แบบ Lithium-prismatic battery 3-cell ในการใช้งานเมื่อเปิดทุกอย่างสุดหมดจะใช้ได้ประมาณ 4 ชั่วโมง และเมื่อเปิดโหมดประหยัดพลังงานจะใช้ได้ประมาณ 6-7 ชั่วโมง Adapter ชาร์จไฟที่แถมมาให้มีขนาดเล็กกระทัดรัดดี

– สรุป –

โดยรวมหลังจากที่ผมได้ลองใช้งาน ASUS VivoBook S15 S531F ค่อนข้างชื่นชอบ และพอใจมาก ๆ กับค่าตัวเพียง 24,990 บาท แต่ให้สเปคมาเหลือใช้มาก ๆ ทั้ง Intel Gen 10 Core i5-10210U และ GPU แยก NVIDIA GeForce MX250 ไม่พอยังเลือกใช้ SSD แบบ PCIe ที่มีความเร็วในการอ่าน-เขียนสูง โดยให้ความจุมามากถึง 1TB กันเลยที่เดียว หน้าจอใหญ่ สีสวย คีย์บอร์ด และทัชแพดทำงานได้ดี ผมยกให้เป็น Notebook อีกรุ่นที่คุ้มค่ามาก ๆ แถมดีไซน์ยังสวยอีก ใครต้องการ Notebook ไว้ทำงานมีงบอยู่ประมาณ 25,000 บาท แล้วละก็ตัวนี้เป็น Notebook ที่น่าสนใจมาก ๆ พลาดไม่ได้เลย แถมมีรับประกันให้ 2 ปีอีกด้วยนะ

จุดเด่น

  1. หน้าจอ IPS NanoEdge display ขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด FHD screen-to-body ratio 88%
  2. ขุมพลัง Intel Core i5-10210U Gen 10 + NVIDIA GeForce MX250
  3. ลำโพงคู่ที่จูนเสียงโดย Harman Kardon ให้มิติเสียงที่ดี 
  4. ดีไซน์บานพับแบบ ErgoLift ที่เวลาเปิดเครื่องแล้วตัวเครื่องจะยกระดับขึ้น ช่วยในการระบายความร้อน และช่วยให้ไม่ปวดข้อมือในการพิมพ์ แถมยังยกระดับหน้าจอขึ้นทำให้อยู่ในระดับสายตาไม่ปวดต้นคอ
  5. SSD PCIe ความจุ 1TB
  6. มีพอร์ท USB-C 3.1 Gen 1 และ Micro-SD card reader
  7. มีกล้อง IR Camera ที่ใช้งานร่วมกับ Windows Hello ทำให้การปลดล็อกมีประสิทธิภาพดีขึ้น
  8. รองรับ Wifi 6 (802.11ax) 

ข้อพิจารณา

  1. ตัวเครื่องทำการถอดอัพเกรดค่อนข้างยาก