realme 6

วันนี้ผมจะมารีวิว realme 6 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่เป็นน้องรองลงมาจาก realme 6 Pro แต่คุ้มค่าไม่แพ้กัน ไปดูกันว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง คุ้มค่าตามราคาจริงไหม ต่างจากรุ่นพี่อย่าง realme 6 Pro อย่างไร หลังจากที่ใช้งานแล้วรู้สึกยังไง มีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง ไปดูกันเลยครับ

– Spec –

  • Display : IPS ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 90Hz
  • CPU : Helio G90T
  • GPU : Mali-G76 MC4
  • RAM : LPDDR4X 8GB
  • Storage : แบบ UFS 2.1 ความจุ 128GB รองรับ MicroSD Card เพิ่มเติม (Triple-Slot)
  • Back Camera : กล้องหลัก 64MP + กล้อง Ultra-wide 8MP + กล้อง B&W 2MP + กล้องมาโคร 2MP
  • Front Camera : กล้องหน้า 16MP
  • Connection : WiFi AC, Bluetooth 5.0
  • Battery : 4300 mAh รองรับชาร์จไว 30W (VOOC 4.0)
  • OS : Android 10 ครอบทับด้วย realme UI
  • Colors : สีขาว Comet White และ สีฟ้า Comet Blue

วาร์ปสั่งซื้อ > https://bit.ly/39jN5AO

– สิ่งที่มีการเปลี่ยนแปลง –

realme 6 มาพร้อมกับ หน้าจอ IPS ขนาดใหญ่ 6.5 นิ้ว ความละเอียด FHD+ ขอบหน้าจอที่น้อยมาก ๆ โดยกล้องหน้าอยู่ด้านในของหน้าจอ ด้วยการเจาะรูบนหน้าจอ ใครที่ชอบหน้าจอใหญ่เต็มตารุ่นนี้โดนใจแน่นอน

เป็น Smartphone ที่ให้หน้าจอที่มี ค่ารีเฟรชเรท 90Hz และ touch-sensing 120Hz ในราคาที่ถูกที่สุดในท้องตลาด ณ ตอนนี้ หลังจากที่ผมได้ลองใช้งานแล้วพบว่า หน้าจอใช้งานได้สมูทลื่นไหลดีมาก ๆ จะใช้งานทั่วไป หรือเล่นเกมรู้สึกแตกต่างจากสมาร์ทโฟนที่ใช้หน้าจอรีเฟรชเรท 60Hz อย่างแน่นอน และสิ่งที่ผมชื่นชอบเลยคือสีสันของหน้าจอทำได้สดใสเหมือนเดิม ใช้งานได้ติดนิ้ว หน้าจอตอบสนองการสัมผัสได้รวดเร็วแม่นยำ ไม่มีปัญหาทัสหน่วง หลุด เพี้ยน ช้า แน่นอนสบายใจได้เลย

ด้านขวาของตัวเครื่อง เปลี่ยนจากปุ่มกดธรรมดา ๆ มาใช้ปุ่มที่มี Fingerprint scanner ในตัวเหมือนใน realme 6 Pro สามารถใช้นิ้วปลดล็อกตัวเครื่องง่าย ๆ เพียงแค่วางนิ้วลงบนปุ่ม โดยยังคงกดเพื่อ เปิด-ปิด เครื่อง หรือหน้าจอได้ตามปกติ โดยบริเวณปุ่มมีการออกแบบให้มีการเว้นระยะทำโค้งเว้าเข้าไปบริเวณปุ่มทำให้สามารถวางนิ้วเพื่อปลดล็อกตัวเครื่องได้งาน จับถือตัวเครื่องถนัดมากยิ่งขึ้น

หน้าจอบริเวณด้านบนซ้ายมาพร้อมกับกล้องหน้าที่มีการเจาะรูอยู่ในหน้าจอ รายละเอียดกล้องมีดังนี้

  • กล้องหลัก ความละเอียด 16 MP ค่ารูรับแสง f/2.0 ระยะ 26mm (wide) ขนาดเซ็นเซอร์ 1/3.1″

จากที่ได้ลองใช้งานพบว่ากล้องหน้า คุณภาพดี รายละเอียดดี แถมทำละลายหลังได้เนียนเอามาก ๆ

กล้องหลังก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงไม่แพ้กัน มาพร้อมกับกล้องหลังมากถึง 4 ตัว รายละเอียดมีดังนี้

  • กล้องหลัก ความละเอียดสูง 64 MP รูรับแสง f/1.8 ระยะ 26mm ขนาดเซ็นเซอร์ 1/1.72″
  • กล้อง Ultra-wide ความละเอียด 8 MP รูรับแสง f/2.3 ระยะ 13mm ขนาดเซ็นเซอร์ 1/4.0″
  • กล้อง B&W (depth) ความละเอียด 2 MP รูรับแสง f/2.4
  • กล้อง Macro ความละเอียด 2 MP รูรับแสง f/2.4 ระยะ 22mm ขนาดเซ็นเซอร์ 1/5.0″, 1.75µm

กล้องให้มาครบทุกระยะยกเว้นไม่มีกล้องเลนส์ Tele แต่ใส่กล้อง Depth ที่เป็นแบบ B&W มาแทน แต่รุ่นนี้ไม่ได้อัพเกรดเพียงแค่ Hardward โดยรวมหลังจากใช้งานในด้านของ Software ก็ดีขึ้นมากเช่นกัน ถ่ายในที่แสงน้อยได้ดีขึ้น บอกได้เลยว่าไม่ผิดหวัง

– ลัดเลาะรอบเครื่อง –

ด้านหลังของตัวเครื่องมาพร้อมดีไซน์ใหม่ สวยงาม แปลกตา กับฝาหลังลายรูปตัว V โดยรุ่นนี้มีมาด้วยกันสองสีคือ Comet White และ Comet Blue เมื่อโดนแสงสะท้อนในมุมที่ต่างกันจะมีลวดลายที่ขยับไปมาเป็นรูปตัว V สวยงามมาก ๆ จากการทำลายที่ฝาหลังหลาย Layer ในส่วนของวัสดุของฝาหลังจะใช้เป็น polycarbonate ที่มีความแข็งแรงสวยงาม

ด้านซ้ายของตัวเครื่องมีปุ่ม เพิ่ม-ลด เสียง ต่อมาเป็นช่องสำหรับใส่ซิมการ์ด และ Micro-SD card เพิ่มเติม แบบ Triple-slot ตัวเครื่องมีความหนาอยู่ที่ 8.9 mm และนำ้หนักอยู่ที่ 191 g ถือว่ากำลังดีไม่เบาไป ไม่หนักไป

ด้านล่างตัวเครื่อง รุ่นนี้ยังคงมีพอร์ต 3.5 mm. มาให้ได้ใช้งานกัน ต่อมาเป็นพอร์ต USB Type-C ที่รองรับการชาร์จไวสูงสุด 30 Watt ต่อมาเป็นลำโพง และไมค์สำหรับสนทนา

– ประสิทธิภาพ –

รุ่นนี้มาพร้อมกับขุมพลังตัวใหม่ล่าสุดของ MediaTek อย่าง Helio G90T พร้อมกับ GPU Mali-G76 MC4 ที่ต้องบอกเลยว่าประสิทธิภาพสูงเอาเรื่องมาก ๆ ใช้งานทั่วไปสบาย ๆ แต่เล่นเกมบอกเลยว่าลื่นหัวแตกมาก ๆ ปรับสุดได้เกือบทุกเกม หายห่วงได้เลย และสิ่งที่เห็นได้ชัดในรุ่นนี้เลยคือมีการจัดการพลังงานที่ดีขึ้นจาก G80 มาก ใช้งานได้ยาวนานแบตลดน้อยมาก ๆ ส่วนตัวเครื่องก็ต้องบอกตามตรงว่ารู้สึกได้ถึงความร้อนพอสมควรขณะใช้งาน แต่ก็อุ่น ๆ ไม่ได้ถึงขั้นถือขับไม่ไหว และถึงจะเป็นน้องเล็กแต่ก็มาพร้อมกับหน่วยความจำแบบ UFS 2.1 ที่มีสปีดการอ่านเขียนที่รวดเร็วทำให้เวลาใช้งานแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ เปิดได้เร็วเร็วมาก

– ทดสอบการเล่นเกม –

ในส่วนของการเล่นเกมสามารถเล่นได้ลื่นหัวแตกแน่นอน ผมขอยืนยัน หายห่วงทุกเกม สามารถปรับกราฟฟิกได้เกือบสูงสุดทุกเกม ปรับได้สูงกว่ารุ่นพี่อย่าง realme 6 Pro สะอีก ผมนี้งงไปเลย สิ่งที่เป็นจุดเด่นในรุ่นนี้คือ เล่นเกมแล้วแบตลดช้า เล่นได้ยาวนาน จัดการพลังงานได้ดีมาก ที่สำคัญรอบนี้หน้าจอตอบสนองการสัมผัสได้ไว แม่นยำ แล้ว และ พร้อมหน้าจอที่มี ค่ารีเฟรชเรท 90Hz และ touch-sensing 120Hz ทำให้เวลาเล่นเกมรู้สึกได้เลยว่าลื่นติดนิ้ว เนียนตาสุด ๆ

– ภาพถ่ายกล้องหลัง  –

– ภาพถ่ายกล้องหน้า –

– อุปกรณ์ในกล่อง –

1. ตัวเครื่อง realme 6

2.  เคส TPU แบบใส สีเทา

3. คู่มือการใช้งาน + รายละเอียดการรับประกัน

4. เข็มจิ้มซิม

5. Adapter VOOC 4.0 ชาร์จไว 30 Watt

6. สาย USB Type-C

บทสรุป

จากที่ผมได้ลองใช้งาน realme 6 ก็ต้องบอกเลยตามตรงว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่คุ้มค่ามาก ๆ สำหรับผม ยกให้เป็นสมาร์ทโฟนอีกรุ่นที่ผมชอบในปีนี้เลย มีฟังก์ชันการใช้งานมาให้ครบครัน ทั้งจุดเด่นในเรื่องของหน้าจอ รีเฟรชเรท 90Hz ที่ลื่นไหลใช้งานได้สมูท กล้องหลังที่มีการปรับปรุงเรื่องการถ่ายภาพในที่แสงน้อยวิดีโอที่ดีขึ้น และมาพร้อมกับขุมพลังตัวใหม่ล่าสุดของ MediaTek อย่าง Helio G90T ที่แรงมาก ๆ เล่นเกมใช้งานหนัก ๆ บอกเลยว่าเหลือ ๆ พร้อมแบตอึด ๆ 4,300 mAh และมีชาร์จไว 30 Watt มาให้ ถ้าใครมีงบอยู่ประมาณ 7,999 บาท แล้วต้องการหาสมาร์ทโฟนที่ราคาคุ้ม ๆ ฟังก์ชั่นการใช้งานครบ เล่นเกมลื่น หรือเอาไว้ดู content ต่าง ๆ รวมไปถึงคนที่ต้องการแบตอึด ๆ อยู่ได้เต็มวัน เจ้า realme 6 ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุดเลย ผมนี้พยามจะหาข้อติบอกตามตรงเลยว่าแทบไม่มี เป็นมือถือที่น่าสนใจไม่น้อย สุดท้ายผมก็ขอกราบลาไปเพียงเท่านี้ ไว้เจอกันในบทความต่อ ๆ ไป สวัสดีครับ

จุดเด่น

  1. หน้าจอ IPS ขนาดใหญ่ 6.5 นิ้ว ความละเอียด FHD+ ที่มี ค่ารีเฟรชเรท 90Hz และ touch-sensing 120Hz
  2. กล้องหลัง 4 ตัว : กล้องหลัก 64MP + กล้อง Ultra-wide 8MP + กล้อง B&W 2MP + กล้องมาโคร 2MP
  3. แบตมาจุใจถึง 4,300 mAh ใช้งานได้เต็มวันสบาย ๆ รองรับชาร์จไว 30 Watt (VOOC 4.0)
  4. ตัวเครื่องดีไซน์สวยงาม โด่ดเด่นเป็นเอกลักษณ์
  5. มีพอร์ท 3.5 mm. และพอร์ต USB Type-C
  6. ขุมพลังสุดแรง Helio G90T

ข้อพิจารณา

  1. พยายามหาแล้วหาไม่ได้จริง ๆ รุ่นนี้คุ้มเกิ้น